2008/May/30

****** กรุณากด ctrl+F5 ก่อนเข้าชมนะเคอะ ******  

ภาคสุดท้ายแล้วนะ
เอนทรีนี้ยาวหน่อย
อยากให้เป็นแค่ไตรภาคพอ
(ไม่อยากเป็นแบบสตาร์วอร์)
เพราะงั้นภาคสุดท้ายเลยต้องอลังการใช่ไหม
เคี๊ยก เคี๊ยก เคี๊ยก

เอ้าใครยังไม่ไดชมภาค 1 กับภาค 2

เที่ยวญี่ปุ่น 10 วัน ภาค 1
เที่ยวญี่ปุ่น 10 วัน ภาค 2

เชิญชม

 

*วันที่ 14 เมษายน 2551*

วันนี้เปลี่ยนอาหารเช้าเป็นข้าวกล่อง rawson
ออกจากโรงแรมไปชมภูเขาไฟฟูจิ

นั่งรถไฟท้องถิ่นนานมาก หลับไป 3 ตื่นได้
ระหว่างนั่งรถไฟก็เห็นภูเขาไฟฟูจิสักที
(เหมือนจะเคยได้ยินว่าเป็นภูเขาไฟที่สวยที่สุดในโลกนะ ไม่แน่ใจ)
แต่มีเมฆนิดหน่อย สภาพอากาศไม่ค่อยดี
ว่ากันว่าภูเขาไฟฟูจินั้นเป็นภูเขาไฟขี้อาย
ชอบหลบอยู่หลังเมฆ
ดังนั้นเห็นแค่นี้ก็คุ้มแล้ว
แต่ถ้าอยากให้คุ้มจริงๆต้องมาช่วงเดือนพฤศจิกายน

011_m.jpg picture by hiyumaru

มาถึงก็ทานอาหารกลางวันเลย(เห็นไหมว่านั่งรถไฟนานจริงๆ)
ที่สั่งมาคือสปาเก็ตตี้สไตล์ญี่ปุ่น(รูปอยู่ข้างล่าง)
ก็มีเห็ดกับซอสญี่ปุ่น
อร่อยดีเหมือนกัน
ที่โต๊ะมีเครื่องปรุงอยู่1อย่างคล้ายๆน้ำพริกเผา
แต่ของที่นี่เราว่าเผ็ดกว่านะ
เลยใส่ซะ แบบนี้แหล่ะ ไม่ได้กินเผ็ดมานาน
(แต่ก็ใส่พริกเผาไปซะปากชาเหมือนกัน)

ทานเสร็จขึ้นเคเบิ้ลคาร์ชมทะเลสาปคาวากุจิ
จริงๆแล้วมีหลายโปรแกรมให้เที่ยว
เช่น นั่งรถบัส เดินเที่ยวเอง ล่องเรือ ชมทะเลสาป
แต่เรามีเวลาไม่มากขนาดนั้น
เลยแยกกันไป ใครอยากเที่ยวแบบไหนก็ตามใจชอบ
แต่เรามันครอบครัวคนแก่ขอขึ้นกระเช้าชมวิวพอ กร๊ากกกกก

เขาว่าเดินรอบทะเลสาปจะมีจุดที่เห็นภูเขาไฟฟูจิแตกต่างกัน
และมีจุดนึงจะเห็นเงาภูเขาไฟฟูจิกลับหัวลงในน้ำพอดี
แต่ใครจะไปเดินฟระ เกือบ2กิโลเชียวนะเฟร้ย!!!

012_m.jpg picture by hiyumaru

โฉมหน้าสปาเก็ตตี้สไตล์ญี่ปุ่น

เสร็จแล้วนั่งรถไฟที่แสนยาวนานกลับมาโตเกียว
เดินชิจูกุพร้อมรับประทานอาหาร
อาหารมื้อเย็นร้านที่เราไปกินนั้นสุดแสนจะอภิมหาเยอะ
(รู้สึกร้านนี้จะขึ้นชื่อเรื่องขาหมูนะ)
สั่งชุดเซ็ต ข้าวไข่เจียว มีโซบะแถมด้วย
สารภาพว่ากินไม่หมดค้าบบบบ

กินเสร็จก็ลองเข้าไปดูเกมเซ็นเตอร์ที่ญี่ปุ่น
น้องร้องอยากได้ฟิกเกอร์ลักกี้สตาร์
ให้เราจับให้(ตู้จับตุ๊กตาที่นี่ใส่ฟิกเกอร์ลงไปด้วย)
แต่ยังไงก็จับไม่ได้เลยมาจับฮารุฮิแทน
แล้วก็ดันได้อีกด้วย
สรุปสูญเงินไปมูลค่า 800 เยน (266 บาท)
เฮ้ย นี่มันคุ้มใช่ไหม

ก่อนกลับซื้อชูครีมที่สถานี
ที่จริงอิ่มแล้วแต่โดนป้าๆในกรุ๊ปยุให้ซื้อ
จริงๆแล้วก็อยากรู้ด้วยแหล่ะว่ามันต่างกับเอแคร์ยังไง
จริงๆแล้วเราไม่ชอบเอแคร์เอามากๆเลยแหล่ะ
มันมีกลิ่นเลี่ยนๆน่าเอียนยังไงก็ไม่รู้
แต่ชูครีมนี่ผิดคาด ลูกใหญ่ อร่อยกว่า
แถมไม่มีกลิ่นเลี่ยนๆนั่นด้วย
อยากกินอีก

  

*วันที่ 15 เมษายน 2551*

วันนี้เราไปเที่ยวนิคโก้กัน
(จริงๆแล้วต้องออกเสียงว่านิคโกะรึเปล่าน่ะ)

017_m.jpg picture by hiyumaru

ก่อนอื่นเที่ยวชมทะเลสาปชูเซ็นจิและน้ำตกเคกอนก่อน
2 ที่นี้อยู่ใกล้ๆกันเลย
ทะเลสาปบรรยากาศดีมาก น้ำใส๊ ใส
น่ามานั่งตกปลาอยู่ริมตลิ่ง
แล้วก็ทานอาหารกลางวันที่นี่
(สีขาวที่พื้นน้ำตกมันคือหิมะที่ยังละลายไม่หมดนะจ๊ะ)

แล้วก็นั่งรถเมล์มานิคโก้ล่ะ

018_m.jpg picture by hiyumaru

ภายในพระกอบด้วยวัดและศาลเจ้า 4 แห่งด้วยกัน
(ชื่อก็อยู่ในรูปเลยจ้า)

ประทับใจที่นี่ที่สุดแล้ว
อลังการงานสร้างสุดๆ ถ่ายรูปกันจนเมมไม่พอ
(แต่ไหงโพสรูปแค่นี้)
โอ๊ยยย ไม่รู้จะบรรยายยังไง สมแล้วที่ได้เป็นมรดกโลก
ใครจะมาญี่ปุ่นห้ามพลาด
รู้สึกส่วนใหญ่คนจะมาญี่ปุ่นเพื่อช๊อปปิ้ง ไม่ก็เที่ยวดิสนีย์กัน
จนไม่สนใจวัฒนธรรมดั้งเดิม น่าเสียดายๆ

ลืมบอกว่าที่นิคโก้นี่มีอายุมากว่า 1200 ปี
แต่ดูสิยังเก็บรักษาไว้ได้งดงามขนาดนี้
ใครไม่มา น่าเสียดาย

เสร็จแล้วขึ้นชินคันเซ็นไปอุเอโนะ
ชินคันเซ็นที่ขึ้นนี้เป็นแบบ3ชั้นด้วย ตื่นเต้นๆ

ถึงอุเอโนะช๊อปปิ้ง(เสบียงกันนิดหน่อย)
มีตึกนึงขายของถูกดี แต่ไม่รู้ว่าตึกอะไร
เสร็จแล้วก็ทานอาหารเย็นที่ร้านหยอดเหรียญ
แต่คนละสาขากับที่เคยกินนะ
รู้สึกว่าอร่อยไม่เท่า ร้านนั้นน่ะสุดยอดแล้ว

   

*วันที่ 16 เมษายน 2551*

วันนี้ไปไหว้พระใหญ่ไดบุทซึ (หลวงพ่อโต)

013_m.jpg picture by hiyumaru

ได้เขียนแผ่นป้ายขอพรที่นี่ด้วย
เขาว่าหลวงพ่อที่นี่ศักดิ์สิทธิ์
ทริปที่แล้วมีคนมาขอลูกชาย
ก็ได้ลูกชายหน้าตาญี่ปุ่นด้วย

อ้อ แล้วก็มีสิ่งสำคัญของชาวไทยก็คือ
ต้นสนที่ ร.5 กับ ฟ้าชาย ทรงปลูกไว้
แต่ไม่แน่ใจว่ามีของพระองค์อื่นอีกหรือเปล่านะ

ต่อมามาที่ศาลเจ้าเมจิบนถนนฮาราจุกุ

014_m.jpg picture by hiyumaru

ที่นี่ไม่มีอะไรมาก
แต่ประตูโทริอิแบบไม้ก็สวยดีนะ

จากนั้นเขาก็เอาเรามาปล่อยที่ย่านฮาราจุกุ
ถึงจะเป็นวันธรรมดา แต่เห็นคนแต่งโลลิต้าด้วย
ชักอยากจะมาวันวันอาทิตย์จัง
มาที่นี่ก็ต้องมาช๊อปปิ้งที่ร้านร้อยเยน
แล้วก็ถ่ายปุริคุระกับแม่กับน้องด้วย
ดีจังแถมถูกด้วย (60บาท)
ไม่เอารูปมาลงเพราะเค้าอายนะตัว

ตอนเย็นได้ไปอากิฮาบาร่า
เสียดายเดินได้แปบเดียว
ได้นิตยสารมา 1 เล่ม
แต่อยากได้โดจินมากกว่าอ่ะ
ถ้ามาเองต้องซื้อ

แล้วก็มาต่อที่อุเอโนะหาอาหารเย็นทาน
วันนี้ก็เป็นร้านหยอดเหรียญแต่ไม่อร่อยเท่าวันแรก
ตอนนี้ชักเริ่มเบื่ออาหารญี่ปุ่นแล้วล่ะ

กลับมาโรงแรมเตรียมตัวออกเดินทางไปโทยาม่า
กับการเดินทางแบบโต้รุ่ง
การนอนบนรถไปนี่มันทรมาณจริงๆ
(ที่นั่งไปเป็นรถไฟท้องถิ่นแคบๆ)

  

*วันที่ 17 เมษายน 2551*

รถไฟเดินทางมาถึงโทยาม่าเป็นในเวลา 6 โมงเช้า
อาหารเช้าวันนี้คือเมล่อนปังที่ซื้อมาตั้งแต่เมื่อคืน
แต่แค่นี้มันจะอิ่มท้องหรือ

รอรถไฟขบวนแรกก็ขึ้นไปกันจนเต็มขบวน
มีทัวร์เยอะด้วย ที่นั่งก็ไม่พอ
มีเจ้ญี่ปุ่นคนนึงขึ้นมาแบบว่างงเลย
ทุกเช้ารถว่างแต่วันนี้เต็มเอียด

ทำไมเราต้องลงทุนลำบากลำบนน่ะหรอ
เพราะว่าวันนี้เราจะมาเที่ยว Japan's Alp ยังไงล่ะ

015_m.jpg picture by hiyumaru

มันสุดยอดไปเลยใช่ไหมล่ะซาร่าห์!!!!

ไม่ได้เพียงแต่นั่งรถไฟ แต่เรายังต้องต่อรถบัส ขึ้นเคเบิ้ลคาร์อีกด้วย
กว่าจะถึงบนเขื่อนเล่นเอาตัวลีบไปเลย

เสียดายที่ว่าวันนี้หิมะตกเลยไม่ได้เดินฝ่าหิมะเลย
(พนักงานเขาว่ามันอันตราย)
แต่ก็ได้สัมผัสหิมะอยู่หน่อยนึงตอนจะขึ้นรถบัส
(ถ่ายติดมือมาด้วยจะได้รู้ว่าเรามาจริง)
บรรยากาศแบบนี้มันน่าคอสคานอน

วันนี้ก็เลยกลายเป็น
"วันเกิดที่หนาวที่สุดในชีวิต"

หนาวถึงขนาดหิมะตกเลย เป็นไงล่ะ

อยู่ที่นั่นประมาณเที่ยงแล้วกลับลงมา
ตอนนั่งรถกลับนี่สลบกันเป็นแถบ
โดยหัวหน้าทริปพูดให้กำลังใจว่า

"ไม่เป็นไร ลงไปแล้วจะมีโซบะร้อนๆ รอเราอยู่"

แต่ความจริงแล้วไม่มีหรอก
อาหารเย็นวันนี้คือเบค่อนผัดซอสของ 7-11
(แต่ที่นี่เรียก 7-11 ว่า 7i )

 

*วันที่ 18 เมษายน 2551*

วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ได้เที่ยวญี่ปุ่นแล้ว
อาหารเช้าวันนี้ก็เลยพิเศษสุดๆ
นั่นก็คือข้าวปั้นของทางโรงแรม......

.
.
.

ที่ว่าพิเศษเพราะไปซื้อไก่คาราอาเกะกับสลัดกุ้งมาจาก 7-11ต่างหาก
(ญี่ปุ่นทำสลัดแบบฝรั่งอร่อยดีนะ)
(แล้วก็เพิ่งรู้ด้วยว่า "ขุมทรัพย์อยู่ที่7-11" )

ทานอาหารเช้าเสร็จออกเดินทางไปอาซากุสะโดยรถไฟใต้ดิน
วันนี้ฝนตกแต่เช้าเลย
ที่นี่มันฝนตก เช้า สาย บ่าย เย็น รึไง

016_m.jpg picture by hiyumaru

ทานอาหารกลางวันที่นี่
กำลังทานไปทานมา
สายตาก็ไปเจอะป้ายร้านอีกฝั่งผ่านกระจกเขียนว่า
"Thai Restaurant"
กรี๊ดดดดดด ตอนนี้นี้ดอาหารไทยมากเค่อะ

จากนั้นเดินทางไปย่านที่อยู่อาศัยที่มีที่ดีต่อตารางฟุตแพงที่สุดในโลก
นั่นก็คือกินซ่า

เชื่อแล้วว่าเป็นย่านคนรวยจริงๆ
ขนมที่เห็นขายอยู่ในห้างหน้าตาเหมือนที่ขายที่อื่นเลยนะ
แต่ราคาแพงกว่า 3 เท่า
แต่ขนมเขาทำได้น่ากินจริงๆ
ทั้งสีสันและขนาด ซึ่งคิดว่าคุณภาพน่าจะดีด้วย

แล้วเขาก็ปล่อยเที่ยวโดยบอกทางกลับบ้านให้
ซึ้งเราก็หลงในสถานีอุเอโนะเพราะทางออกมันมีหลายทางจัด
แม่เลยพูดว่า

"กลับโตเกียวไปซะ"

เอ้ย ไม่ใช่

ให้กลับไปตั้งต้นที่โตเกียวต่างหาก

ระหว่างทางไปเจอคนในทริปบนรถไฟพอดี
จึงสรุปได้ว่า
ใครหลงทางให้

"กลับโตเกียวไปซะ"

5555555555555

อาหารเย็นวันนี้ก็เจ้าเดิม 7-11 ครับท่าน
แต่ซื้อมาเยอะหน่อยตุนเอาไว้เพราะวันนี้ต้องขึ้นเครื่องกลับตอนตี1

ขนของจากชินโยโกฮาม่าไปขึ้นชินคันเซ็นที่โตเกียว
แล้วต่อไปที่เกียวโตอีก นั่งรถไฟเข้าสนามบินคันไซ

มาถึงตอน4ทุ่ม
ที่นี่ไม่มีอะไรเลย นอกจากตู้ขายน้ำอัตโนมัติ
อย่างกับสนามบินร้าง
เช็คอินนานมาก เพราะมีกรุ๊ปทัวร์คนไทย 3 กรุ๊ป ด้วยกัน
(สรุปคือเปิดช่องเดียว)
เข้ามาข้างในถึงจะเห็นร้านขายอาหาร
(ซึ่งเปิดร้านเดียว)

เข้ามาข้างในได้ก็อบอุ่นดีเพราะมีแต่คนไทย
มีร้านขายของปลอดภาษีเปิดแค่ร้านเดียว
และภายในร้านก็เต็มไปด้วยคนไทย
แม่เลยว่าจะใช้เงินที่เหลือ(เพียงน้อยนิด)
ซื้อของให้หมดไปเลย ขี้เกียจแลกคืน

ตอนรอขึ้นเครื่องไปด้อมๆมองๆตู้โทรศัพท์พร้อมเงิน100เยน
แต่ไม่รู้จะใช้ยังไง(จริงๆก็กะว่าใช้ไม่ได้หรอก)
ก็มีพี่คนนึงเอาบัตรโทรต่างประเทศมาให้ฟรี
ทราบซึ้งน้ำใจคนไทย
แต่ได้มาก็ไม่มีประโยชน์ โทรไปก็ไม่มีคนรับ
เห็นว่าเป็นอันโนนัมเบอร์รึไง
สงสัยกลัวคนทวงหนี้เลยไม่รับ
(จริงๆแล้วคนที่เราโทรไปหาก็กำลังถูกอันโนนัมเบอร์ทวงหนี้อยู่พอดี)

 

*วันที่ 19 เมษายน 2551*

ขึ้นเครื่องมาตอนตี 1 ครึ่ง
แล้วก็หลับเป็นตายไม่สนใจอาหารว่างแล้วเฟร้ย

ตื่นมาถึงกรุงเทพฯเวลาประมาณ6โมงเช้าโดยสวัสดิภาพ
แล้วก็หลับบนแท็กซี่ต่อ

กลับมาหลับเป็นตายจริงๆ
ตอนเย็นๆที่รักชวนไปกินหมูกระทะ

โอย ดีใจที่สุด ได้กินอาหารไทยสักที

line_kisha1.gif picture by hiyumaru

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ไปเที่ยวมาสนุกมากละซิ อิอิ ขอให้ได้ไปอีกนะ
#1  by  pandamon (58.9.196.165) At 2008-05-30 18:02, 
น่าสนุกจัง=[]=!!

บรรยากาศดีมากเลยค่ะ อยากไปมั่งจัง กรี๊ดดTwT
อยากไปมั่งอ่ะ น่าอิจฉาbig smile
#3  by  jomkwan At 2008-06-10 11:52, 

<< Home